อบต.เกาะแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ทำความเข้าใจโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งบ้านเกาะมะพร้าว

นายวิเชฐ์ สูยะนันท์ ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยนายเกื้อเกียรติ จิตต์เกื้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านเกาะมะพร้าว ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนบ้านเกาะมะพร้าว ในการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งบ้านเกาะมะพร้าว โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีการโพสร้องเรียนทางสื่อ Social Media เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ในประเด็น ที่มีพี่น้องประชาชนในพื้นที่บางส่วนเกิดความสงสัยและไม่เข้าใจในกระบวนการดำเนินโครงการฯ ดังกล่าว
สำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งหมู่ที่ 6 บ้านเกาะมะพร้าว ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นโครงการที่ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่ง ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้สภาพตลิ่งตลอดแนวชายฝั่งมีสภาพชำรุด หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนของราษฏร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องหาวิธีการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ประกอบกับอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา67 (7) คุ้มครองดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว จึงดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นการป้องกันและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง บ้านเกาะมะพร้าว หมู่ 6 ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต ขึ้น ประกอบกับเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่6) พ.ศ. 2552 มาตรา 67 (1)รวมทั้งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2547 มาตรา 16 (2)

นายเกื้อเกียรติ จิตต์เกื้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว ได้จัดทำโครงการก่อสร้าง เขื่อนป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งหมู่ที่ 6 บ้านเกาะมะพร้าวตำบลเกาะแก้วอำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ตเพื่อแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งเนื่องจากพื้นที่เกาะมะพร้าวมีน้ำทะเลล้อมรอบโดยเฉพาะฝั่งเกาะมะพร้าวด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมีคลื่นทะเลซัดเข้ามาประมาณ 2-3 เมตรทำให้ดินตามแนวชายฝั่งทะเลหายไปซึ่งบริเวณดังกล่าวมีประชาชนกว่า 20 ครัวเรือนอาศัยอยู่ โดยในอดีตบ้านเรือนของชาวบ้านจะอยู่ห่างจากริมฝั่งประมาณ 20 ถึง 30 เมตรแต่เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ของประชาชนได้ร้องเรียนว่ามีคลื่นซัดเข้ามาใกล้ถึงบ้าน ตนในฐานะผู้บริหารปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขเมื่อมีผลกระทบที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้วจึงต้องหาวิธีการป้องกัน การกัดเซาะของตลิ่งและน้ำทะเล ที่ชะหน้่าดิน คือการสร้างเขื่อนกั้นน้ำทั้งนี้องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้วได้สร้างเขื่อนขึ้นมาโดยผ่านการขออนุญาตสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตามระหว่างการก่อสร้างอาจมีประชาชนบางคนไม่เข้าใจถึงกระบวนการก่อสร้างเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนกั้นดินจำเป็นจะต้องมีการขุดดินลงไปประมาณ 2 เมตรเพื่อสร้างฐานรากเทคอนกรีตเป็นฐานเขื่อนโดยดินที่ได้จากการขุดได้ตักวางไว้บริเวณสันเขื่อนไม่มีการขนย้ายไปที่อื่นเบื้องต้นในวันนี้ได้ชี้แจงข้อมูลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รวมถึงผู้ร้องเรียนได้เกิดความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้าน นายวิเชฐ์ สูยะนันท์ ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต กล่าวว่าหลายๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมตรวจสอบ พบว่าโครงการดังกล่าว ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกาะมะพร้าว ซึ่ง อบต.เกาะแก้วเป็นผู้ดำเนินการโดยใช้งบประมาณจากเงินประชาชน เป็นโครงการสร้างเขื่อน สืบเนื่องจากว่าบริเวณนี้ตลอดแนวยาวประมาณ 500 เมตร ถูกคลื่นกัดเซาะมีบ้านเรือนเสียหาย ซึ่งบางส่วนก็ได้พังไปแล้ว ตามภาพที่เห็น และอีกหลายๆหลังที่กำลังจะทรุดตัว ซึ่งทาง อบต.เกาะแก้วได้เร่งดำเนินการ จึงได้ทำการขุดปรับพื้นที่ในการสร้างเขื่อนและวางฐานราก และหินดินทรายต่างๆที่มีการขุดก็ไม่ได้เอาไปไหน เมื่อขุดเสร็จก็วางไว้ที่เดิม จากการสอบถามผู้ร้องเรียน เป็นการเข้าใจผิดคิดว่านำหินดินทรายไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มี และโครงการดังกล่าวนำมาแก้ไขปัญหาจริงๆ ตามที่พี่น้องได้รับทราบ ชาวบ้านหลายๆคน ยืนยันว่าได้ประโยชน์จริงๆ และ อบต.เกาะแก้วได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั่วๆไปแล้วว่าเป็นโครงการเเก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และคนที่โพสทราบว่าเป็นคนในชุมชนเอง ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดกัน เขาก็เห็นอยู่ว่าการขุดดินมีขุดแต่แรก พอเขาเอาที่กองไว้มาปรับเปลี่ยน เขาเข้าใจว่ากองไว้เพื่อจะพาไปที่อื่น แต่ว่าเขาเห็นอยู่ตลอดว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน และเอามาปรับให้เข้าสู่สภาพเดิม และตอนนี้ผู้ร้องเรียนเข้าใจเหตุผลต่างๆแล้ว.

You may also like...