ภูเก็ตผู้ค้าหาบเร่ ร่มเตียงและอื่นๆหน้า หาดสุรินทร์ร้องจังหวัดเดือดร้อนหลัง อบต.ประกาศให้ออกจากพื้นที่.

วันที่ 6 มกราคม 2562 ที่ห้องประชุมชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายอนุพงษ์ วงศ์วามูล ปลัดจังหวัดภูเก็ต, นายกองโทอดุลย์ ชูทอง นายอำเภอถลาง, นายมาแอน สำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (อบต.เชิงทะเล) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านผู้ประกอบการร้านค้าหาบเร่แผงลอย ร่มเตียงชายหาดและหมอนวดบริเวณชายหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวนประมาณ 40 คน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2562 อบต.เชิงทะเล ได้มีการติดประกาศ เรื่อง ให้เคลื่อนย้ายรื้อถอนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจำหน่ายสินค้าและบริการให้แก่นักท่องเที่ยวออกจากชายหาดสาธารณะและที่ดินสาธารณประโยชน์ นสล.เลขที่ 25450 หาดสุรินทร์ หมู่ที่ 3 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 มกราคม 2563 หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ตัวแทนชาวบ้านได้มีการเสนอปัญหาความเดือดร้อนว่า หลังจากที่มีการจัดระเบียบชายหาดมาตั้งแต่สมัย คสช. พวกตนก็เดือดร้อนมาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อบต.เชิงทะเล ได้มาปักป้ายประกาศให้มีการเคลื่อนย้ายรื้อถอนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจำหน่ายสินค้าและบริการให้แก่นักท่องเที่ยวออกจากชายหาดภายในวันที่ 12 มกราคมนี้ หากไม่ทำตามประกาศดังกล่าว ทาง อบต.เชิงทะเลจะมาทำการรื้อถอนเองและมีการแจ้งความดำเนินคดีด้วย จึงยิ่งสร้างความกลัวให้กับชาวบ้าน เพราะหากไม่ให้ทำกินที่นี่ก็ไม่รู้จะทำกินที่ไหน จึงอยากขอให้กำหนดพื้นที่ทำมาหากินให้ชาวบ้านและพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่ถูกต้องตามกฎหมายและเกิดความยั่งยืน โดยปัจจุบันบริเวณหาดสุรินทร์มีการค้าขายประเภทต่างๆ ประมาณ 40-50 ร้าน

หลังจากรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้านแล้ว นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวสรุปว่า เนื่องจากชายหาดดังกล่าว เป็นพื้นที่สาธารณะ และมีการประกาศให้เป็นชายหาดเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะต้องไม่กิจกรรมใดๆ บนชายหาด โดยเฉพาะการยึดถือครอบครอง ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าว เมื่อมีประกาศทางปกครองออกมาแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed