ไทยและเมียนม่าประชุมทวิภาคีความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์.

โรงแรมไดมอนด์ คลิฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฝ่ายไทย) ร่วมกับหน่วยงานตำรวจสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดการประชุมทวิภาคีความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยมี พลตำรวจโท จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นหัวหน้าคณะ ฝ่ายไทยโดยฝ่ายสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มี พลตำรวจจัตวา เมียนตู ผู้บัญชาการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นหัวหน้าคณะ นำผู้แทนจากหน่วยงานอาชญากรรมข้ามชาติ หน่วยงานต่อต้านการค้ามนุษย์ และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วม
การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2563โดยฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม มีคณะผู้แทนตำรวจฝ่ายไทยประกอบด้วย ผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 – 9 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจสันติบาล กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ชุดปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งประเทศไทย (Thailand Anti Trafficking In Persons : TATIP) เจ้าหน้าที่จากโครงการอาเซียน-ออสเตรเลีย และศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทางทะเลศรีราชาเข้าร่วมประชุมด้วย
พลตำรวจโท จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ กล่าวว่าด้วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) อนุมัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การบัญชาการของ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ชัยจินดาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จัดประชุมทวิภาคีความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับหน่วยงานตำรวจสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าจากการประชุมทวิภาคีความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับหน่วยงานตำรวจของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จากการประชุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ณ กรุงเนปิดอว์สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รวมถึงเพื่อสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานงานร่วมกัน ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในคดีเกิดขึ้นใหม่ การให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายชาวเมียนมา และการติดตามหมายจับค้างเก่าที่มีชาวเมียนมาเป็นผู้ต้องหา ซึ่งจากสถิติการดำเนินคดีค้ามนุษย์ ในปี 2562ได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว จำนวน 275 คดีโดยมีการจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา จำนวน 113 คน และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นชาวเมียนมา จำนวน 1,306 คน
ทั้งนี้การช่วยเหลือผู้เสียหายและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดดังกล่าว เนื่องมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้มาตรการสืบสวนปราบปราม และดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิดตามหลักสากล โดยยึดหลักผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง ได้รับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ส่งผลให้การป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ของทั้งสองประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้าน พลตำรวจจัตวา เมียนตูผู้บัญชาการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการติดตามความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้วที่กรุงเนปิดอว์เชื่อว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพิ่มมากขึ้นทั้งยังเป็นการหารือความร่วมมือในเรื่องของการค้าแรงงานและการปลอมวีซ่านำไปสู่การหารือในเรื่องของกฎระเบียบต่างๆที่ทั้งสองประเทศมีไม่ตรงกันเพื่อแก้ไขกฎระเบียบประสานความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นในเชิงปฎิบัติ ทำให้การลงนามข้อตกลงต่างๆ บรรลุตามเป้าหมาย ซึ่งประเทศเมียนมาเองก็ได้รับความร่วมมือจากประเทศไทยเป็นอย่างดีตลอดมา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก็ทำให้ความร่วมมือของไทยและเมียนมาแน่นแฟ้นมากขึ้น.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed